เรื่องราวกินได้เพื่อคุณภาพชีวิตและอนาคตที่ยั่งยืน
KRUA.CO | food is a big deal.

นักเล่าเรื่องราวอาหารที่ส่งพลังบวก
เพื่อคุณภาพชีวิตและอนาคตที่ยั่งยืน
เพราะ ‘อาหาร’ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องเล็กๆ

เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า อาหารเป็นเรื่องสำคัญและเป็นมากกว่าความอร่อย
การกินที่ดีสร้างความยั่งยืนให้กับสังคม การปรุงอาหารเป็นพื้นฐานของมนุษย์
เรื่องราวของอาหารนั้นช่างกว้างใหญ่และสนุกเหลือเกิน
เราจึงสนุกที่จะบันทึก เล่าเรื่อง และบอกต่อเรื่องราวกินได้ เพื่อเป็นประโยชน์กับทุกคน


KRUA dot CO

สั่งหมูกระเทียมแต่ได้ไม่เหมือนกันสักร้าน - - - แบบไหนที่คุณเลือก

6 hours ago | [YT] | 16

KRUA dot CO

ใครซื้อต้นหอมมาแล้วเคยเจอคราบสีฟ้าบนต้นหอมบ้าง? ไม่นานมานี้มีผู้บริโภคซื้อต้นหอมมาจากตลาด แล้วห่อกระดาษทิชชูเก็บไว้ในตู้เย็น พอจะแกะออกมาใช้ ดันเจอคราบสีฟ้าครามติดอยู่ที่กระดาษทิชชู ซึ่งดูไม่ปกติเท่าไร ซึ่งก็ไม่ปกติจริงๆ นั่นละค่ะ
.
คราบสีฟ้าที่ว่าคือ ‘สารเคมีทางการเกษตร’ ที่อาจเป็นสารกำจัดศัตรูพืช หรือสารป้องกันเชื้อรา ใบไหม้ อย่าง ‘แมนโคเซบ’ ที่เกษตรกรนิยมใช้
.
ความอันตรายของสารเหล่านี้ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ได้รับ และแม้จะไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายกับร่างกายทันทีที่กินเข้าไป แต่เป็นสารสะสมตกค้าง โดยเฉพาะสารแมนโคเซบ ที่ทางสหภาพยุโรปประกาศเลิกใช้ไปเมื่อเดือนมกราคม 2565 เนื่องจากเสี่ยงต่อสุขภาพระบบสืบพันธุ์ รวมถึงรบกวนการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ ฯลฯ สำหรับประเทศไทยยังอนุญาตให้ใช้ได้ในปริมาณที่กฎหมายกำหนด และต้องเก็บเกี่ยวหลังจากพ่นสารไปแล้วอย่างน้อย 15 วัน
.
สิ่งที่ผู้บริโภคทำได้
- ล้างผักทุกชนิดให้สะอาดก่อนนำไปปรุงอาหารรับประทาน เป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้วแม้จะพบหรือไม่พบคราบสารสีฟ้าบนพืชผักก็ตาม [ดูวิธีการล้างผักในคอมเมนต์] เพราะถึงจะไม่มีสารสีฟ้าปรากฎให้เห็น ก็ไม่ได้หมายความว่าผักนี้จะไร้สารตกค้าง
- คัดใบที่พบคราบสีฟ้าเข้มชัดเจนทิ้ง ก่อนล้างให้สะอาด
- เลือกกินผักที่ปลูกแบบปลอดสาร [ถ้าเลือกได้]
.
อ้างอิง:
- www.thaipbs.or.th/news/content/323444
- www.tcc.or.th/mancozeb-wirhdrawal/
เครดิตภาพ: IG:nat_saisamom

1 day ago | [YT] | 27

KRUA dot CO

สุ่มตรวจเห็ดเข็มทองทั่วกรุงเทพฯ พบ ‘เชื้อลิสทีเรีย’ เกือบทุกเจ้า!!! 😱🙀🍄
.
เรียกว่าเป็นข่าวด่วน ข้าวร้อนที่คนชอบเห็ดเข็มทองต้องรู้! หลังจากสถาบันอาหารสุ่มตรวจเห็ดเข็มทองดิบจาก 5 ร้านกรุงเทพฯ ทั้งนำเข้าจากจีนและปลูกในไทย พบเชื้อลิสทีเรียทุกเจ้า! ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่า สหรัฐอเมริกาเรียกคืนเห็ดเข็มทองที่นำเข้ามาจากประเทศจีน
.
โดยเชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจีเนส (Listeria monocytogenes) เป็นแบคทีเรียที่เจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิอุ่นและมีความชื้นสูง ซึ่งการเพาะเห็ดเข็มทองเอื้อต่อการเติบโตของเชื้อชนิดนี้ ด้วยลักษณะก้อนเชื้อและดอกมีความอัดแน่น และเมื่อบริโภคเชื้อดังกล่าวเข้าไปอาจทำให้เกิด ‘โรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis)’ ได้
.
❌อาการของโรค:มีอาการคล้ายหวัด วิงเวียนศีรษะ ปวดหัว มีไข้ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย
.
❌กลุ่มคนที่ควรระวังเป็นพิเศษ: ผู้สูงอายุ เด็ก คนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ป่วยโรคเอดส์ และหญิงตั้งครรภ์อาจทำให้แท้งหากอาการรุนแรงอาจทำให้เสียชีวิต
.
✅คำแนะนำในการรับประทานเห็ดเข็มทอง: การล้างไม่สามารถฆ่าเชื้อดังกล่าวได้ จึงควรรับประทานสุกเท่านั้น โดยต้องผ่านความร้อนไม่ต่ำกว่าอุณหภูมิ 74 องศา เป็นเวลานาน 2 นาทีขึ้นไป ถ้าแค่ลวกหรือผัดแป๊บๆ ก็ยังไม่ปลอดภัยนะ

2 days ago (edited) | [YT] | 61

KRUA dot CO

ทำไมไข่แดงบางฟองมีสีส้ม บางฟองมีสีเหลือง?
.
เคยสังเกตไหมคะว่าทำไมบางครั้งตอกไข่ ถึงได้ไข่แดงสีส้มเข้ม บางครั้งเป็นสีเหลืองนวลอ่อนๆ เหตุผลหลักมาจากอาหารที่แม่ไก่กินเข้าไปนี่ละค่ะ โดยสีของไข่แดงเกิดจากอาหารกลุ่มแคโรทีนอย ซึ่งมีผลต่อการสร้างเม็ดสี

ถ้าเป็นแม่ไก่ที่กินอาหารจำพวกเมล็ดข้าวโพด ใบกระถิน พืชใบเขียว แมลง พริก ผักใบสีเขียวเข้ม หรือไก่ที่เลี้ยงในระบบฟรีเรจ์ (ปล่อยอิสระ) ได้กินอาหารตามธรรมชาติ จะให้ไข่ที่มีไข่แดงสีเหลืองเข้มไปจนถึงสีส้ม เช่นเดียวกับ ‘เป็ดไล่ทุ่ง’ ที่เลี้ยงปล่อยให้หากินตามธรรมชาติ ได้กินทั้งเปลือกหอย ปู กุ้ง แมลงในท้องนา ใบไม้ใบหญ้าสีเขียว ฯลฯ เหล่านี้ล้วนมีผลต่อการสร้างเม็ดสีทั้งสิ้น

แต่ใช่ว่าจะมีแต่ไก่หรือเป็ดเลี้ยงแบบปล่อยอิสระหาอาหารธรรมชาตืกินเท่านั้น ถึงจะมีไข่แดงสีเข้ม ฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่บางที่ ที่อยากสร้างสีให้ไข่แดงมีสีส้มเข้มน่ากิน ก็สามารถทำได้ เจ้าของฟาร์มมักจะใช้สารสังเคราะห์จากดอกดาวเรืองผสมอาหารให้ไก่กินเพื่อสร้างเม็ดสี

ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าไข่แดงไข่ไก่จะมีสีส้มเข้ม หรือสีเหลืองอ่อน ก็มีสารอาหารหลักอย่าง โปรตีน วิตามิน A D E K และบีไม่ต่างกันค่ะ ที่ต่างกันเล็กน้อย แบบน้อยมากๆ ก็แค่สารประกอบเม็ดสีอย่างแคโรทีนอยด์ที่มีลูทีนและแซนทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มแคโรทีนอยด์เท่านั้น
.
ว่าแต่ส่วนใหญ่เจอไข่แดงไข่ไก่สีอะไรกันบ่อยสุดคะ?
.
อ้างอิง:
- agri.ubu.ac.th/mis/seminar/upload/3993Brguq1bEH.pd…
- www.foodunfolded.com/article/why-are-some-egg-yolk…

3 days ago | [YT] | 41

KRUA dot CO

ต้มไข่แล้วเปลือกติดไข่ เป็นเพราะไข่สดมากๆ นะ รู้ยัง
.
บางครั้งปอกไข่ต้มมันช่างยากเย็นเหลือเกิน เปลือกติดไข่แน่น พยายามค่อยๆ ปอก สรุปได้ไข่ต้มผิวขรุขระอย่างกับดวงจันทร์ เป็นเพราะอะไร? คำตอบคือ ไข่ใบนั้นสดมาก สดสุดๆ เรียกว่าแม่ไก่อาจจะเพิ่งเบ่งออกมาเมื่อเช้านี้เลยค่ะ
.
แล้วทำไมไข่สดถึงปอกเปลือกยาก?
ไข่ที่สดใหม่มากๆ (อายุราว 1-2 วัน) จะปอกเปลือกยาก เนื่องจากไข่ที่เพิ่งออกมาใหม่ๆ จะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในไช่ขาวเยอะ ทำให้มีความเป็นกรดสูง กรดนี้ทำให้โปรตีนในไข่ขาวเกาะกับเยื่อหุ้มด้านในเปลือกไข่อย่างเหนียวแน่น ทำให้ต้มแล้วปอกเปลือกยาก
.
แต่พอเราเก็บไข่ไว้ประมาณ 3–5 วันขึ้นไป ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำจะค่อยๆ ระเหยออกผ่านรูพรุนของเปลือกไข่ ทำให้กรดลดลง และมีค่า pH เพิ่มขึ้น โปรตีนจึงค่อยๆ คลายตัวไม่ยืดเกาะกับเยื่อหุ้มเปลือก ช่องอากาศตรงฝั่งก้นไข่ก็ขยายใหญ่ขึ้น ทำให้เปลือกไข่ล่อนออกง่าย
.
วิธีต้มไข่ให้ปอกเปลือกง่าย: ได้กินไข่สดใหม่นี่ดีมากเลยนะคะ แต่ก็อยากให้ปอกง่ายขึ้นสักหน่อย จะได้ไข่เกลี้ยงเกลาสวยๆ ดูน่ากิน เราเลยมีทริกต้มไข่ให้ปอกเปลือกง่ายมากฝากกัน
- ใส่ไข่ตอน "น้ำเดือด": การให้ไข่เจอน้ำร้อนทันที จะทำให้โปรตีนในไข่ขาวหดตัวอย่างรวดเร็ว และผละออกจากเยื่อหุ้มเปลือก
- น็อคน้ำเย็นจัดทันที: ตักไข่ขึ้นมาแช่ใน น้ำใส่น้ำแข็ง ทันทีเป็นเวลา 5–10 นาที ความเย็นจัดจะทำให้เนื้อไข่หดตัว แยกออกจากเปลือกได้
- ใส่เบกกิ้งโซดา: การใส่เบกกิ้งโซดาเล็กน้อยลงในน้ำต้ม จะช่วยเพิ่มความเป็นเบสในน้ำ ซึ่งช่วยลดการยึดเกาะของเยื่อหุ้มเปลือกได้ ทำให้ปอกได้ง่ายขึ้น
.
นอกจากวิธีเหล่านี้ ใครมีวิธีต้มไข่ที่ช่วยให้ปอกเปลือกง่าย มาแชร์กันได้นะคะ

1 week ago | [YT] | 102

KRUA dot CO

การเจรจา Free Trade Area (เขตการค้าเสรี) FTA ไทย - สหภาพยุโรป ที่ต้องการให้ไทยเข้าร่วม UPOV1991 อนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อคุ้มครองผู้พัฒนาสายพันธุ์พืชใหม่ ให้จดสิทธิบัตรเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์สายพันธุ์และเมล็ดพันธุ์ ภายใต้มาตรฐานสากล จบลงไปแล้วแต่ยังไม่ได้ข้อสรุป
.
ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการลงนามยกระดับกฎหมายให้สอดคล้องกับ UPOV1991 คือ
-เมล็ดพันธุ์พืชมีมาตรฐาน ควบคุมคุณภาพการผลิตได้
-ไทยเปิดตลาดการค้าเสรีกับนานาประเทศได้กว้างขึ้น
-คุ้มครองนักพัฒนา ปรับปรุงพันธุ์พืชเศรษฐกิจของไทย
-สร้างแรงจูงใจในการพัฒนาสายพันธุ์พืช
-ดึงดูดนักลงทุน และการพัฒนาเทคโนโลยี เป็นต้น
.
แต่ก็เกิดการตั้งคำถามทั้งจากเกษตรกรไทยและภาคประชาชน ถึงผลกระทบที่ตามมา เมื่อเกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไปปลูกต่อไม่ได้ หากแลกเปลี่ยนซื้อขายก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย? เกษตรกรไม่ใช่เจ้าของเมล็ดพันธุ์อีกต่อไป เกิดการผูกขาดเมล็ดพันธุ์ ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น กระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และความมั่นคงทางอาหารของไทยหรือไม่ อนาคตประชาชนอย่างเราๆ จะต้องซื้อข้าวในราคาที่แพงขึ้นจากเดิมหรือเปล่า?
.
โดยข้อมูลรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการเข้าร่วม CPTPP สภาผู้แทนราษฎร ปี 2563 ได้แจกแจงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจาก UPOV 1991 ในภาคเกษตรกรรมและเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ดังนี้
.
1.ความเสี่ยงต่อการเกิดโจรสลัดชีวภาพ (Biopiracy): การสูญเสียอำนาจกำกับดูแลการขออนุญาตและการแบ่งปันผลประโยชน์ตามกฎหมายเดิม อาจเปิดช่องให้มีการนำพันธุกรรมพืชไทยไปขึ้นทะเบียนสิทธิในต่างประเทศและนำกลับมาจำหน่ายตัดหน้านักปรับปรุงพันธุ์ในประเทศ
.
2.การถูกละเมิดสิทธิโดยไม่เจตนาจากการผสมข้ามตามธรรมชาติ: ละอองเกสรจากแปลงพันธุ์พืชใหม่อาจปลิวไปผสมกับพืชพื้นเมือง ซึ่งอาจเข้าข่ายพันธุ์พืชที่ได้มาโดยพื้นฐาน (Essentially Derived Varieties: EDV) และกระทบต่อวิถีการเก็บและคัดเลือกพันธุ์ของชุมชน
.
3. ผลกระทบต่อฐานพันธุกรรมและต้นทุนการผลิตข้าว : ขาดความพร้อมด้านฐานข้อมูลพันธุกรรมที่สมบูรณ์ ทำให้เสี่ยงต่อการนำสายพันธุ์ไปต่อยอดโดยไม่มีการแบ่งปันผลประโยชน์ และเพิ่มต้นทุนเมล็ดพันธุ์ของเกษตรกร
.
4.การเปิดทางสู่พืชดัดแปลงพันธุกรรม (GMOs): อาจนำไปสู่ภาระผูกพันในการคุ้มครองพืชดัดแปลงพันธุกรรม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในตลาดส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์และเกษตรมูลค่าสูง
.
5.ราคาเมล็ดพันธุ์ที่อาจสูงขึ้น 2–6 เท่า : การลดบทบาทของภาครัฐในการผลิตและกระจายพันธุ์พืช อาจทำให้กลไกการถ่วงดุลราคาลดลง ส่งผลให้เกษตรกรต้องพึ่งพาเมล็ดพันธุ์จากภาคธุรกิจในราคาสูง
.
6.ความเสี่ยงทางคดีความของเกษตรกรและผู้ค้ารายย่อย: ขอบเขตการคุ้มครองที่ครอบคลุมถึงผลผลิตและผลิตภัณฑ์แปรรูป อาจทำให้ร้านค้าปลีกและผู้ค้ารายย่อยที่ไม่มีระบบเอกสารรับรองที่ซับซ้อนสุ่มเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี
.
7.การกระจุกตัวของตลาดในกลุ่มบรรษัทขนาดใหญ่: ความได้เปรียบด้านทุน เทคโนโลยี และการคุ้มครองตามเกณฑ์ EDV อาจกีดกันนักปรับปรุงพันธุ์รายย่อยและสหกรณ์การเกษตรในประเทศ
.
เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ซับซ้อน การพิจารณาจากผลประโยชน์ด้านการค้าเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ และโดยเฉพาะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม สิทธิของเกษตรกรในการถือครองเมล็ดพันธุ์จึงควรได้รับการปกป้องจากรัฐเช่นกัน
.
👉 แล้วชาวครัวคิดเห็นอย่างไรคะ?
👉สภาเกษตรกรแห่งชาติกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกคน ถึง 11 ตุลาคมนี้เท่านั้น
👉 ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่: nfc.realsurvey.app/n/surveys/finish

2 weeks ago (edited) | [YT] | 60

KRUA dot CO

อยากมาแชร์ทริกเล็กๆ ที่เปลี่ยนอาหารจากแค่กินเอาอิ่ม ให้เป็นสารอาหารที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้แบบทวีคูณกันค่ะ
.
หั่นบรอกโคลีทิ้งไว้ 40 นาที ช่วยเพิ่มซัลโฟราเฟน (sulforaphane) ต้านการอักเสบ ป้องกันสมองเสื่อม และมะเร็ง แต่สารดังกล่าวเมื่อโดนความร้อนจะจางหายไป การหั่นบรอกโคลีให้เป็นชิ้นเล็กๆ 40 นาที จะทำให้ซัลโฟราเฟนอยู่คงทนแม้นำไปปรุงผ่านความร้อน เพราะเมื่อบรอกโคลีเกิดบาดแผล สารตั้งต้นที่ชื่อว่ากลูโคราฟานินจะทำปฏิกิริยากับเอนไซน์โมโรซิเนส และสร้างซัลโฟราเฟนขึ้นมาเต็มที่ เรียกว่าเอนไซม์ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว เคล็ดลับนี้ยังใช้ได้กับผักตระกูลเดียวกันอย่าง ‘กะหล่ำดอก’ ด้วยนะคะ
.
กระเทียมและหัวหอม สับทิ้งไว้ 10 นาที ก่อนนำไปปรุงผ่านความร้อน ช่วยเพิ่ม Allicin ต้านอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกัน เพื่อให้เอนไซม์สังเคราะห์สารอัลลิซิน (Allicin) ที่ช่วยต้านอักเสบและเสริมภูมิคุ้มกันได้เต็มที่
.
พริกไทยดำ + ขมิ้นชัน เพิ่มการดูดซึมสารต้านอักเสบจากขมิ้นชันได้สูงขึ้นถึง 2,000% ข้อจำกัดของสารคูเคอร์มินในขมิ้นชันคือร่างกายดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ไม่เต็มที่ แต่ถ้เราเพิ่มน้ำมันในการปรุงและเติมพริกไทยดำลงไป สารพิเพอรีน (Piperine) ในพริกไทยดำจะช่วยเพิ่มอัตราการดูดซึมสารต้านอักเสบจากขมิ้นชันได้สูงขึ้นทะลุไปถึง 2,000%
.
มะเขือเทศสุก + น้ำมันมะกอก เพิ่มไลโคปีน ต้านอนุมูลอิสระได้มากกว่า 80% จริงอยู่ที่การปรุงม.ะเขือเทศให้สุกจะช่วยให้เราได้รับไลโคปีน แต่ถ้าได้ไขมันดีอย่างน้ำมันมะกอกปรุงเพิ่มลงไป น้ำมันจากไขมันดีช่วยย่อยผนังเซลล์ทำให้ร่างกายดูดซึมสารไลโคปีนได้อย่างเต็มที่มากกว่า 80%
.
ผักใบเขียว + วิตามินซี เนื่องจากธาตุเหล็กที่มีอยู่มากในผักใบเขียว ร่างกายค่อนข้างดูดซึมยาก แต่ถ้าเพิ่มวิตามินซีจากผลไม้ จะช่วยเปลี่ยนธาตุเหล็กให้อยู่ในฟอร์มที่ดูดซึมง่ายขึ้น ครั้งต่อไปที่จะกินสลัดผักใบเขียว ลองเพิ่มน้ำสลัดด้วยกรดวิตามินซี เช่น บีบเลมอน มะนาวลงไปด้วย จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากผักใบเขียวได้มากขึ้น

1 month ago | [YT] | 199

KRUA dot CO

ความน่ากลัวของฟอร์มาลินปนเปื้อนในผัก 🫣
.
หลังจากมีรายงานข่าวว่าทางการจีนตรวจจับผู้ผลิต ลักลอบใช้ฟอร์มาลินชุบผักกาดขาว เพื่อยืดระยะเวลาไม่ให้ผักเน่าเสียจากการขนส่งที่ต้องใช้เวลาหลายวัน ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรง ทางการจีนเองก็ใช้มาตรการเด็ดขาดไล่ตรวจสอบ จับกุม เพื่อไม่ให้ผักแช่ฟอร์มาลินเหล่านี้กระจายไปยังที่ต่างๆ ซึ่งจะสร้างอันตรายต่อผู้บริโภค
.
เรื่องนี้สร้างความกังวลใจให้กับหลายประเทศที่นำเข้าผักจากจีน โดยเฉพาะประเทศเกาหลีที่เป็นตลาดใหญ่นำเข้าผักกาดขาวจากจีนกว่า 99% เพื่อใช้ในการทำ ‘กิมจิ’ จึงเฝ้าระวังตรวจสอบผักที่นำเข้าจากจีนเป็นพิเศษสำหรับประเทศไทยเองก็มีผักจากจีนกระจายอยู่ทั่วตลาดทุกภูมิภาค สภาผู้บริโภคจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวช้อง ไม่ว่าจะกระทรวงสาธารณสุข หรือ อย. คุมเข้ม ตรวจสอบผักนำเข้าจากจีน โดยเฉพาะผักที่นำเข้ามาตามตะเข็บชายแดนไทย
.
🫣ความน่ากลัวของฟอร์มาลินปนเปื้อนในอาหาร
ไทยเองเคยตรวจพบการใช้ฟอร์มาลินรักษาความสดในอาหารทะเล เนื้อหมู รวมถึงร้านหมูกระทะที่ลักลอบแช่เนื้อหมูด้วยฟอร์มาลินเพื่อคงความสดเช่นกัน โดยฟอร์มาลิน หรือสารละลายฟอร์มาดีไฮด์นี้ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเคมีภัณฑ์ พลาสติก สิ่งทอ หรือใช้ทางการแพทย์ ฆ่าเชื้อรา ดองศพ และจัดเป็นสารอันตรายอันดับ 2 ของไทย ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงกับร่างกายฉับพลันและระยะยาว และห้ามนำมาใช้คงสภาพอาหารเด็ดขาด
.
👉 ผลกระทบต่อร่างกายที่เกิดขึ้นได้ทันทีหลังกิน: คลื่นไส้อาเจียน ระคายเคืองผิวหนัง ผื่น ปวดศีรษะ ปวดท้องรุนแรง หัวใจเต้นเร็ว หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ เลือดเป็นกรดความดันต่ำอาจทำให้เสียชีวิต
👉ผลกระทบในระยะยาว: สาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดมะเร็งลำคอ มะเร็งเยื่อบุโพรงจมูก และมะเร็งเม็ดเลือดขาว
.
💪วิธีหลีกเลี่ยงผักปนเปื้อนฟอร์มาลิน
✨เลือกซื้อผักของไทยอันดับแรก (ถามแม่ค้า) เพราะระยะทางขนส่งสั้นกว่านำเข้าจากจีน จ่ายแพงกว่า 5 บาท 10 บาท แต่เสี่ยงน้อยกว่า
✨การล้างให้สะอาดช่วยชะล้างฟอร์มาลินได้บ้าง แต่ต้องล้างให้ถูกวิธี ถ้าเป็นผักห่อหัว เช่น กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ให้เด็ดทีละใบออกมา แล้วล้างผ่านน้ำไหลผ่านหลายๆ รอบ ไม่ล้างทั้งหัว
✨ซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้

1 month ago | [YT] | 75

KRUA dot CO

ถึงทูน่ากระป๋องจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ของคนรักสุขภาพ เพราะให้โปรตีนดี และย่อยง่าย แต่สิ่งที่อยากเตือนคือไม่ควรกินบ่อย กินซ้ำๆ เนื่องจากในเนื้อทูน่ามีสารปนเปื้อนโลหะหนักอย่างปรอท ตะกั่ว แคดเมียมปนเปื้อนอยู่ นิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เคยส่งตรวจปลาทูน่ากระป๋องที่ขายในประเทศไทย (ดูรายละเอียดได้ในลิงก์ใต้คอมเมนต์) ก็พบว่ามีการปนเปื้อนอยู่ในปริมาณที่กฎหมายกำหนด ไม่เป็นอันตราย เว้นแต่ว่ากินซ้ำ กินบ่อยก็เกิดการสะสมในร่างกายได้
.
ทำไมในทูน่าถึงมีโลหะหนักปนเปื้อนมากกว่าปลาชนิดอื่น?
จริงๆ แล้วโลหะหนักก็ปนเปื้อนอยู่ในท้องทะเล อันมาจากกิจกรรมที่มนุษย์เราทำนี่ละค่ะ ทั้งการทำเหมืองแร่ การผลิตกระดาษ โรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้โลหะหนักเป็นส่วนประกอบ ทำให้สารดังกล่าวปะปนอยู่ในแหล่งน้ำ ลอยอยู่ในอากาศ และตกสู่ท้องทะเล สะสมอยู่ในแพลงก์ตอน ปลาเล็กปลาน้อย สัตว์ทะเลทั้งหลายเลยได้รับโลหะหนักเหล่านี้ไป พอปลาทะเลตัวใหญ่อย่างทูน่ากินเข้าไปก็สะสมโลหะหนักไปเรื่อยๆ ตามวัฏจักร และดันเป็นปลาที่กินเก่ง กินมาก เลยสะสมโลหะหนักไว้ในตัวมากกว่าเพื่อนทะเลด้วยกัน
.
ปลาทูน่ากระป๋องมีอยู่มากในท้องตลาด หลายสูตร หลายยี่ห้อ ทริคในการเลือกกินทูน่าและจำง่ายที่สุดคือให้เลือกตามสายพันธุ์ พลิกดูได้ที่ฉลากข้างกระป๋อง เนื่องจากขนาดตัวและวงจรชีวิตไม่เท่ากัน ยิ่งตัวเล็ก อายุไม่ยาวก็ยิ่งเสี่ยงน้อยกว่า ตามนี้ค่ะ
.
👉 กลุ่มที่มีสารปรอทน้อยที่สุด เป็นปลาทูน่าที่มีขนาดตัวเล็ก โตไว และมีวงจรชีวิตสั้น นิยมนำมาทำเป็นทูน่ากระป๋อง ให้เนื้อนิ่ม ขาว คือ
- ปลาทูน่าท้องแถบ / โอลาย (Skipjack Tuna) ปริมาณปรอทเฉลี่ยประมาณ 0.12 - 0.14 ppm เป็นสายพันธุ์หลักที่ใช้ทำทูน่ากระป๋อง กินง่าย ปลอดภัยสูง
- ปลาทูแบล็กฟิน (Blackfin Tuna) / ปลาโอ (Tongol Tuna) พบสารปรอทในปริมาณต่ำใกล้เคียงกัน
.
👉กลุ่มที่มีสารปรอทปานกลาง กลุ่มนี้เริ่มมีขนาดตัวปานกลางถึงใหญ่ มักพบในรูปแบบปลาสด แช่แข็ง หรือทูน่ากระป๋องเกรดพรีเมียม ที่ระบุว่าเป็นเนื้อขาว (White Tuna)
- ปลาทูน่าครีบยาว (Albacore Tuna) ปริมาณปรอทเฉลี่ยประมาณ 0.35 ppm (สูงกว่ากลุ่มแรกประมาณ 3 เท่า)
- ปลาทูน่าครีบเหลือง (Yellowfin Tuna) ปริมาณปรอทเฉลี่ยประมาณ 0.35 ppm มักนิยมนำมาทำเป็นสเต๊กปลาทูน่าหรือซาชิมิ
- กลุ่มที่มีสารปรอทสูง (นานๆ กินครั้ง) กลุ่มนี้เป็นปลาทูน่าขนาดใหญ่ มีอายุยืนยาว จึงสะสมสารปรอทเข้มข้นในเนื้อแดง
- ปลาทูน่าตาโต (Bigeye Tuna) ปริมาณปรอทเฉลี่ยสูงถึง 0.68 - 0.69 ppm
- ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน (Bluefin Tuna) ปลานำเข้ายอดนิยมสำหรับซาชิมิเกรดพรีเมียม (เช่น เนื้อส่วนอากามิ) มีปริมาณปรอทสะสมสูงเช่นกัน
.
💖แต่วิธีที่ง่ายสุดแบบไม่ต้องจดจำชื่อสายพันธุ์เลยคือ กินแต่พอดี และกินให้หลากหลายไม่ว่าอาหารชนิดไหน สับเปลี่ยนหมุนเวียน ไม่กินซ้ำเท่านี้ก็ปลอดภัยและยังอร่อยได้แบบไร้กังวล

1 month ago | [YT] | 90

KRUA dot CO

ราคาบนถุงแกงที่เขียนด้วยปากกาเมจิก ดูจะเป็นภาพชินตาเวลาเราไปเดินตลาด ร้านไหนๆ ก็นิยมใช้ปากกาเมจิกเขียนบอกราคา เพราะสะดวก ง่าย ไว แต่ถ้าถามถึงความปลอดภัย เป็นสิ่งที่พ่อค้าแม่ค้า รวมถึงผู้บริโภคเองก็ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะถุงที่บรรจุอาหารร้อนจัดและมีปากกาเมจิกเขียนบนถุง
.
สารเคมีจากปากกาเมจิกซึมเข้าถุงและอาหาร
ถุง PP หรือถุงร้อน ทนต่อความร้อนได้ดีที่อุณหภูมิ 100-120 องศา แต่ถ้าอาหารนั้นปรุงด้วยน้ำมันจะยิ่งทวีความร้อนขึ้นไปได้ถึง 200 องศา ทำให้ร้อนเกินกว่าจะรับได้ โครงสร้างถุงจะเกิดการขยายตัวและบางลง ทำให้หมึกซึมเข้าถุงในจังหวะดังกล่าว อีกทั้งไอความร้อน จะทำให้หมึกเมจิก ซึ่งมีสารเคมีกลุ่มละลายในน้ำมันหรือแอลกอฮอล์ ระเหยเป็นไอและปนเปื้อนลงในอาหารระหว่างที่เปิดถุงหรือเทอาหารอีกด้วย
.
เกิดการสะสมสารเคมีในร่างกาย ความอันตรายคือในปากกาเมจิกจะมีสารเคมีที่เรียกว่า ทูลูอีน (Toluene) หรือไซลีน (Xylene) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง และส่งผลเสียต่อระบบประสาทหากสะสมในร่างกาย
.
👉 ทางออกของพ่อค้าแม่ค้า หากจำเป็นต้องเขียนระบุชื่ออาหารหรือเมนูบนถุงแกง
✅ใช้ปากกาประเภท Food Grade ปัจจุบันมีปากกาเคมีที่ระบุชัดเจนว่า Food Grade หรือ Non-Toxic สำหรับเขียนบนบรรจุภัณฑ์อาหารโดยเฉพาะ
✅เขียนบนสติกเกอร์แปะทับ ปากกาเมจิกชนิด Food Grade อาจเพิ่มต้นทุนมากขึ้น การเขียนชื่อเมนูหรือราคาลงบนเทปกาว (Masking Tape) หรือสติกเกอร์ แล้วแปะบนถุงบริเวณที่ไม่โดนอาหาร
✅เขียนป้ายปักราคากำกับไว้ จัดถุงอาหาร แยกแถวตามราคา
.
👉ทางออกของผู้บริโภค โพสต์นี้ไม่ได้ตั้งใจทำให้ตื่นตระหนกนะคะ แต่ถ้าเลือกได้ก็อยากให้เลือกสักหน่อย เพราะสารเคมีที่ปนเปื้อนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความร้อนของอาหาร คุณภาพของถุงร้อนได้มาตรฐานหรือไม่ ทางออกคือ
❌หลีกเลี่ยงถุงบรรจุอาหารร้อนจัด อาหารทอด ที่เขียนบอกราคาหรือชื่อเมนูด้วยปากกาเมจิก
✅อาหารแห้งหรือเย็นยังเลือกซื้อได้ เช่น ผักสด ถุงขนมปัง คุกกี้ แซนด์วิช เกิดการปนเปื้อนต่ำเพราะไม่มีความร้อนจากอาหาร ยังคงเลือกซื้อได้
✅สังเกตตำแหน่งที่เขียนบนถุง หากร้านค้าเขียนชื่อเมนูเหนืออาหาร ค่อนไปด้านบนของยางรัดถุงก็พอรับได้ ความเสี่ยงต่ำ
❌หมึกเมจิกละลายหรือเลอะซึมไม่ควรซื้อ ถ้าเห็นหมึกเปื้อน ละลาย เลอะ ให้หลีกเลี่ยง สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจโดนความร้อนจนละลายมาแล้ว ซึ่งเพิ่มโอกาสปนเปื้อนสูง
✅หิ้วปิ่นโต หรือนำกล่องบรรจุอาหารไปเอง พกกล่อง พกปิ่นโตไปใส่ สบายใจและช่วยลดขยะด้วย ไม่ต้องเลิกกินของอร่อยหรือร้านประจำ
✅รีบเทออกจากถุง ถ้าจำเป็นต้องซื้ออาหารร้อนที่มีเมจิกเขียนบนถุงจริงๆ แบบสถานการณ์บังคับหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยเมื่อถึงบ้านแล้วให้รีบเทอาหารออกจากถุงทันที ไม่ปล่อยทิ้งไว้นาน

1 month ago | [YT] | 70